กินอย่างไรเมื่อเป็นมะเร็ง

ลูกทุ่งเน็ตเวิร์ก เคารพในสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก คุณสามารถโพสภาพ หรือข้อความ ได้ตามอย่างเสรีตราบใดที่ไม่ขัดต่อกฎหมายและสิทธิของผู้อื่น และได้จัดเจ้าหน้าที่เพื่อลบรูปภาพลามกอนาจาร และภาพที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นทุกรูปแบบ อย่างเข้มงวด และจะให้ความร่วมมือกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากมีการร้องขอข้อมูลกระทำผิดเพื่อนำตัวไปลงโทษทางกฎหมาย ทันที

กินอย่างไรเมื่อเป็นมะเร็ง

ในระยะแรกผู้ป่วยมะเร็งยังไม่มีปัญหาเรื่องการกิน จึงสามารถกินอาหารเหมือนคนปกติทั่วไป โดยเน้นการกินอาหารให้หลากหลายและครบหมวดหมู่ สะอาด ไม่มีสารปนเปื้อน และเลือกอาหารที่ย่อยง่าย ควรหลีกเลี่ยงอาหารมันและอาหารที่มีการปรุงแต่งมาก
ฉบับที่แล้วได้รู้จัก “กินอย่างไร ห่างไกลมะเร็ง” ในฉบับนี้มารู้จักในอีกมุมหนึ่งของการกินอาหาร ว่ามีส่วนช่วยในการรักษา หรือช่วยบรรเทาผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็งได้อย่างไร

“มะเร็ง” โรคร้ายที่ไม่ต้องการเป็นได้ย่างกรายมาถึงตัวเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือ ขอให้มีกำลังใจในการดูแลรักษาตนเอง และเริ่มต้นปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เอื้อกับสุขภาพมากขึ้น ทั้งในเรื่องของอาหารการกิน การออกกำลังกาย และการหลีกหนีจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ

ในวงการแพทย์มักจะรักษามะเร็งโดยการทำลายเซลล์มะเร็งให้หมดสิ้นไปด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การผ่าตัดก้อนมะเร็งหรือตัดอวัยวะที่เป็นมะเร็งออกไป
กรณีที่ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้อาจใช้วิธีรังสีรักษา ซึ่งใช้รังสีฉายบริเวณที่เป็นครั้งละน้อยๆ เพื่อทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็ง หรือฝังแร่ในบริเวณที่เป็นมะเร็ง และยังใช้ยาหรือฮอร์โมนบางอย่างที่มีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งด้วย ซึ่งเรียกกันว่าเคมีบำบัด

ใครก็ตามที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง และกำลังรักษาด้วยวิธีการดังกล่าวข้างต้น มักมีอาการข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกับความต้องการอาหาร และการย่อยอาหารที่ผิดปกติไป ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งกินอาหารได้น้อยลงจนทำให้น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่งผลให้สุขภาพโดยรวมย่ำแย่ลง ดังนั้น ในผู้ป่วยมะเร็งทุกคนจึงควรใส่ใจในเรื่องการกินอาหารให้มากขึ้น

รู้จักกินไม่มีเบื่ออาหาร
ในระยะแรกผู้ป่วยมะเร็งยังไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการกินเท่าไหร่นัก จึงสามารถกินอาหารเหมือนคนปกติทั่วไป โดยเน้นการกินอาหารให้หลากหลายและครบหมวดหมู่ สะอาด ไม่มีสารปนเปื้อน และเลือกอาหารที่ย่อยง่าย ควรหลีกเลี่ยงอาหารมันและอาหารที่มีการปรุงแต่งมาก เพราะอาหารเหล่านี้ย่อยยากและอาจมีการปนเปื้อนได้ง่าย

ในบางรายที่มีปัญหาเรื่องการกลืนอาหาร เช่น มะเร็งที่ปาก หลอดอาหารหรือกล่องเสียง ควรกินอาหารอ่อนๆ หรือถ้ามีอาการเจ็บป่วยรุนแรงอาจต้องนำอาหารมาปั่นผสมกันให้เหลวขึ้น เพื่อให้สามารถดื่มได้หรือให้อาหารทางสาย

หากผู้ป่วยมะเร็งเบื่ออาหารหรือมีความต้องการกินอาหารน้อยลง ไม่ควรปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ควรพยายามกินเพื่อให้ได้สารอาหารที่สมดุล เพื่อร่างกายแข็งแรงขึ้นมาสู้กับโรค ผู้ป่วยที่เบื่ออาหารควรจะหันมาใช้วิธีกินอาหารครั้งละน้อยๆ แต่กินบ่อยขึ้น อาจแบ่งอาหารออกเป็นมื้อเล็กๆ วันละ ๕-๖ มื้อ แทนที่จะกินวันละ ๓ มื้อ เมื่อไรก็ตามที่รู้สึกหิว ให้รีบหาอาหารกิน ไม่จำเป็นที่จะต้องรอจนถึงมื้ออาหาร

ดังนั้น จึงควรจัดเตรียมอาหารที่สามารถนำมากินได้ทันที เช่น ผลไม้ ถั่วหรือธัญพืชแห้ง หรือเตรียมข้าวต้มข้าวกล้องที่อุ่นไว้เสมอ ซึ่งสามารถมานำมากินได้ง่ายๆ เป็นต้น

บรรยากาศการกินอาหารก็มีส่วนสำคัญ ลองนึกดูว่าผู้ป่วยซึ่งต้องต่อสู้กับโรคร้ายด้วยตัวเขาเองแล้ว ยังต้องอยู่ในภาวะนั่งกินอาหารเพียงลำพังจะทำให้ความต้องการอาหารมีมากน้อยเพียงใด ?

ควรสร้างบรรยากาศให้มีการกินอาหารร่วมกับคนในครอบครัว เพื่อนฝูง ตลอดจนการกินอาหารนอกบ้านบ้าง จึงเป็นแนวทางที่สำคัญด้วย
ผู้ป่วยมะเร็งบางรายอาจมีภาวะเบื่ออาหารมาก กินอาหารได้น้อย อิ่มเร็ว และมีน้ำหนักลดลงมาก ภาษาการแพทย์เรียกว่า คาแค็กเซีย ซินโดรม (Cachexia syndrome) ภาวะเช่นนี้ร่างกายจะขาดทั้งโปรตีนและพลังงานอย่างมาก

ในผู้ป่วยบางรายที่กินอาหารปกติได้น้อยลงอาจจำเป็นต้องให้กินอาหารเสริมทางการแพทย์ร่วมด้วย อาหารประเภทนี้เป็นอาหารเฉพาะที่แพทย์เป็นผู้แนะนำหรือสั่งให้ใช้ ซึ่งมีพลังงานและโปรตีนสูง ย่อยง่าย รวมทั้งมีการเติมเกลือแร่และวิตามินต่างๆ ด้วย ถ้าผู้ป่วยมะเร็งสามารถกินอาหารเสริมทางการแพทย์นี้ จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารอื่นๆ ครบถ้วนมากขึ้น

รับมือกับอาการข้างเคียงต่างๆ
ยาต้านมะเร็งบางอย่างอาจมีผลทำให้รสชาติของอาหารเปลี่ยนแปลง ที่พบบ่อยคือ เมื่อกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์สีแดงแล้วมีรสชาติขมคล้ายกลิ่นโลหะ (Bitter metallic taste) ถ้ามีอาการเช่นนี้ให้หันมาเลือกกินเนื้อไก่ ไข่ ปลา นมและผลิตภัณฑ์จากนม เต้าหู้ และถั่วชนิดต่างๆ นอกจากนี้ การเปลี่ยนภาชนะที่ใช้ในการประกอบอาหารจากโลหะมาใช้ภาชนะพลาสติกแทน และการปรุงรสชาติอาหารด้วยน้ำผลไม้ หรือซอสถั่วเหลืองจะช่วยทำให้ความรู้สึกของรสชาติขมลดลง

ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาบำบัดหรือรังสีรักษา มักจะมีอาการข้างเคียง คือคลื่นไส้ อาเจียน แพทย์จึงให้กินยาแก้อาเจียนร่วมไปกับการรักษาด้วย
ผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่ควรกินอาหารอิ่มมากเกินไป เพราะจะทำให้อาเจียนได้ง่าย และหลีกเลี่ยงการกินอาหารประเภททอด อาหารมัน อาหารที่มีกลิ่นแรง รวมถึงอาหารที่จืด และอาหารร้อนจัด เพราะจะทำให้รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียนง่ายขึ้น บางรายที่มีอาการอยากอาเจียนมากๆ น่าจะอยู่ห่างๆ จากห้องครัวเวลามีการปรุงอาหาร เพื่อหลีกกลิ่นอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ระวังไม่ให้เกิดอาการขาดน้ำจากการอาเจียน โดยการดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ ๘-๑๐ แก้ว การดื่มน้ำในมื้ออาหารอาจทำให้อาการคลื่นไส้อาเจียนมากขึ้น ให้ใช้วิธีจิบน้ำบ่อยๆ ระหว่างมื้ออาหารแทน

ผู้ป่วยหลายท่านที่ใช้ยาบำบัดมะเร็งบางชนิดแล้วจะมีอาการปากคอแห้ง หรือมีแผลเปื่อยในปาก หรือท่านที่ใช้รังสีรักษาบริเวณศีรษะและคอ ก็จะเกิดอาการเหล่านี้ได้ง่าย การดูแลรักษาความสะอาดในช่องปากจึงจำเป็นมาก วิธีง่ายๆ ทำได้โดยการบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำสะอาดผสมเบกกิ้งโซดา (Baking soda) ในอัตราส่วนน้ำ ๒ ถ้วย ต่อเบกกิ้งโซดา ๑ ช้อนชาเป็นประจำ นอกจากทำให้รู้สึกสดชื่นแล้วยังมีความสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อบริเวณช่องปากและลำคอด้วย อาหารที่กินควรเป็นอาหารอ่อนที่เคี้ยวและกลืนง่าย และหมั่นจิบน้ำบ่อยๆ

ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการท้องเสียหรือท้องผูกร่วมด้วย ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบได้จากยาบางชนิด ถ้ามีอาการท้องเสีย ควรดื่มน้ำหรือของเหลวชนิดต่างๆ ให้เพียงพอ เพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสีย และควรกินอาหารอ่อนหรือเหลวใสเพื่อให้ร่างกายย่อยง่าย และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจก่อให้เกิดอาการท้องเสีย เช่น นมและผลิตภัณฑ์จากนม อาหารรสจัด อาหารมันๆ เครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของกาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลมจำพวกโคลา เป็นต้น

ถ้ามีอาการท้องเสียนานเกินกว่า ๒ วัน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ อาจจำเป็นต้องได้รับยาฆ่าเชื้อร่วมด้วย
สำหรับคนที่มีอาการท้องผูกให้ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหวง่ายขึ้น และกินอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูง (เช่น รำข้าว ผักและผลไม้สด) ขนมปังที่ทำจากข้าวหรือข้าวสาลีที่ไม่ได้ขัดสี

การได้รับเคมีบำบัดแต่ละครั้ง อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอ่อนเพลียติดต่อกันหลายวัน ทั้งนี้เพราะเคมีบำบัดนอกจากทำลายเซลล์มะเร็งแล้วยังมีผลต่อเซลล์ปกติและไขกระดูกด้วย

ไขกระดูกเป็นเนื้อเยื่ออยู่ในกระดูกที่ผลิตเซลล์เม็ดเลือดทุกชนิด การได้เคมีบำบัดจึงอาจทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดง และเม็ดเลือดขาวต่ำกว่าปกติได้
เซลล์เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่นำออกซิเจนไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ถ้ามีปริมาณน้อยกว่าปกติ ทำให้อวัยวะต่างๆ และกล้ามเนื้อได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ จึงมีอาการอ่อนเพลีย มึนงง ไม่มีแรง ถ้าเป็นเช่นนี้ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และควรกินอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อปลา ตับ ผักใบเขียวเพิ่มขึ้นเพื่อร่างกายจะนำไปสร้างเม็ดเลือดแดง

การที่เคมีบำบัดทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวต่ำกว่าปกตินั้น ยังส่งผลให้ความสามารถของร่างกายในการต่อสู้กับแบคทีเรียและไวรัสลดลงด้วย จึงมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย การป้องกันเชื้อโรคที่ดีที่สุดคือ การล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนกินอาหาร และใส่ใจกินอาหารที่สดสะอาด พยายามอย่าทำให้ร่างกายเกิดบาดแผลหรือรอยถลอกที่ผิวหนัง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ชุมชนหรือบริเวณที่มีคนหนาแน่นหรือคนที่มีโรคติดต่อ

ผู้ป่วยมะเร็งควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ โดยเฉพาะช่วงที่ได้รับเคมีบำบัด เพราะแอลกอฮอล์อาจลดประสิทธิภาพของยาต้านมะเร็งได้ ในทางกลับกันช่วงที่ได้รับเคมีบำบัดควรดื่มน้ำสะอาดเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพราะยาต้านมะเร็งบางชนิดมีผลกระทบต่อกระเพาะปัสสาวะและไต

ขอส่งกำลังใจให้กับผู้ป่วยมะเร็งทุกคน และหวังว่าแนวทางการกินที่นำเสนอ คงจะเป็นแนวทางกินอาหารอย่างสมดุลเพื่อต่อสู้กับโรคมะเร็งต่อไป


ผู้โพส : samapon วันที่ : 2012-05-10 19:04:52   IP : (192.168.0.134)

ชื่อสมาชิก samapon Mail to samapon

  ความเห็นที่ 1
เมื่อเป็นมะเร็งแล้วไม่ควรรับประทานอะไร

.   ปัญหานี้มักจะมีผู้ป่วยสอบถามมาเสมอ ๆ จึงขอรวบรวมตัวอย่างหลัก ๆ ของประเภทอาหารที่ผู้ป่วยมะเร็งไม่ควรรับประทานพร้อมด้วยเหตุผลว่าทำไม มาฝากทุกท่านเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
อาหารกลุ่มที่จะทำให้ท้องอืด แน่นท้อง
        ผู้ป่วยมะเร็งนั้นต้องระมัดระวังเรื่องระบบย่อยอาหารเป็นพิเศษ เพราะถ้าเกิดท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือแน่นท้องแล้ว มักจะแก้ไขยาก อาหารกลุ่มนี้ อาทิ ข้าวเหนียว เพราะรับประทานแล้วจุกแน่น ย่อยยาก ทำให้เกิดแผลในกระเพาะ หรือเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก เปลี่ยนเป็นรับประทานโปรตีนจากเนื้อปลา ไข่ หรือเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่ายแทน
,
อาหารเผ็ดจัด

     เพราะนอกจากจะทำให้แสบร้อนและระคายเคืองทางเดินอาหารแล้ว ยังจะทำให้พื้นที่ดูดซึมสารอาหารให้ลำไส้ลดลง ร่างกายก็จะรับสารอาหารได้ไม่เต็มที่ ผู้ป่วยมะเร็งมักจะมีอาการเบื่ออาหารอยู่แล้ว หากรับประทานแล้วแต่ยังได้รับสารอาหารไม่เพียงพออีก อย่างนี้จะเอาสารอาหารที่ไหนไปเลี้ยงร่างกาย และสารในพริกจะกระตุ้นการบีบรัดตัวของลำไส้และกระตุ้นกระเพาะอาหาร จึงอาจทำให้เกิดอาหารท้องเดิน และมีแผลในกระเพาะได้

..อาหารเค็มจัด
     เพราะกรณีที่ผู้ป่วยมีระบบปัสสาวะไม่ดี การรับประทานโซเดียมเข้าไปมากๆ อาจทำให้เกิดอาการบวมได้

อาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลมาก
     เช่น เครื่องดื่มพวกน้ำอัดลม ลูกกวาด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำตาลซึ่งดูดซึมได้ง่าย ไปก่อให้เกิดระดับแรงดันสูงที่ลำไส้ อันจะนำไปสู่

อาการท้องเสีย
     การคัดเลือกอาหารให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง ควรเน้นอาหารที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและเสริมโปรตีน เพื่อให้ร่างกายที่ชำรุด มีโอกาสซ่อมแซมคืนสภาพเดิม ถ้าผู้ป่วยรับประทานอาหารได้มากขึ้น ภูมิคุ้มกันก็จะดีขึ้นตามลำดับ


..อาหารไขมันสูง
     เพราะไขมันจะไปเกาะที่ตับ ทำให้ตับไม่สามารถทำงานได้เต็มที่

ผู้โพส : samapon วันที่ : 2012-05-10 20:16:54    IP : (192.168.0.134)

ชื่อสมาชิก samapon Mail to samapon

กลับขึ้นด้านบน
  ความเห็นที่ 2
มะเร็งเป็นความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย ถ้าพูดง่ายๆ ก็คือเหมือนมีกลุ่มกบฎ ที่ต่อต้านเซลล์ดี
ทำให้เซลล์ดีตายน่ะ เราจะต้องกินอาหารที่ไม่เป็นตัวเสริม ที่ทำให้ตัวเซลล์มะเร็งเติบโตได้
ดังนั้นจึงแนะนำว่า ควรให้ผู้ป่วยมะเร็งงดอาหารดังนี้
- อาหารพวกเนื้่อสัตว์ เนื้อควาย เนื้อวัว สัตว์ปีกทุกชนิด อาหารทะเลทุกชนิด ยกเว้นปลาที่มีเกล็ดกินได้
- อาหารพวกปิ๊ง-ทอดทุกชนิด แนะนำให้กินอาหารต้มสุก หรือนึ่งแทน ทำอาหารที่ไม่ต้องใส่น้ำมัน
-งดนมทุกชนิด แบรนด์ซุปไก่ทั้งหลาย รังนก ปลาไหล เหล้า ยาดอง ยาบำรุงกำลัง
-กล้วยหอมทุกชนิด
-ไข่ที่ผัดทุกชนิด
-แตงโม แตงกวา ฟักทอง แฟง
-อาหารหมักดองเปรี้ยว หวาน ทุกชนิด
-อาหารที่ปรุงแต่งโดยใช้สารชูรส
-หน่อไม้ทุกชนิด

อาจจะรู้สึกว่าเยอะ แล้วจะกินไรนี่ จงนึกว่าควรกินเพื่ออยู่นะ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน เลือกกินที่จะให้มีชีวิตอยู่จะดีกว่า
เห็นมาหลายคน ที่ตัดสินใจเริ่มกินมังสะฯ หรือเจ ก็มีชีวิตอยู่รอดปลอดภัย อายุยืนยาวนาน พ้นวิกฤติมาได้
และแนะนำให้หัดนั่งสมาธิ เจริญภาวนา อุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรด้วย จะดีมาก
ที่เรานำเรื่องเหล่านี้มาแบ่งปัน เราทราบว่าคนป่วยโรคนี้เยอะมาก
เราทุกคนมีโอกาสเป็น อย่าคิดว่าไม่มีโอกาส เซลล์นี้มันอยู่ในร่างกายเราทุกคนค่ะ
อยู่ที่ว่าเราได้รับสารอาหารที่เป็นตัวก่อมะเร็งเข้าไปมากน้อยแค่ไหน จนทำให้มันเติบโตน่ะ
หัดกินอาหารที่จะเป็นยาดีกว่าค่ะ

ตกเรื่องสาหร่ายค่ะ และซุกไก่สกัดทุกยี่ห้อจะมีปัญหาต่อ
เนื้อเยื่อทำให้เนื้อมะเร็งเติบโตเร็วขึ้น การสังเกตุ ถ้าบริเวณผิวหนัง เกิดเป็นตุ่มผิดปกติ
ก็อย่าเพิ่งวางใจนะคะ ให้รีบไปลองตรวจด้วยค่ะ
ให้หลีกเลี่ยง ตับ อารหารประเภทย่าง หมัก ดอง ชูรส น้ำอัดลม เพราะสิ่งเหล่านี้มีสารมะเร็งเจอปน และมีอะไรจะบอกด้วย พริกขี้หนู สมุนไพรไทย มีสารต้านมะเร็ง กระเทียมก็มีนะ
.

ผู้โพส : samapon วันที่ : 2012-05-10 20:36:54    IP : (192.168.0.134)

ชื่อสมาชิก samapon Mail to samapon

กลับขึ้นด้านบน
  ความเห็นที่ 3
     ความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับอาหารของผู้ป่วยมะเร็งคือ การรับประทานเนื้อสัตว์จะทำให้มะเร็งเติบโตเร็วขึ้น และมักจะหลีกเลี่ยง ที่จริงนั้น คนไข้มะเร็งต้องการพลังงานสูงกว่าปกติ โปรตีนก็มีความจำเป็นมากขึ้นด้วย  คนไข้ควรเตรียมตนเองให้พร้อมสำหรับการรักษา เพื่อให้การรักษาได้ผลดีขึ้น โภชนาการที่ดีเป็นเหมือนทุนที่สะสมไว้สำหรับการรักษา ทั้งการผ่าตัด และการใช้เคมีบำบัด โปรตีนจากสัตว์จะมีกรดอะมิโนครบถ้วน ทำให้ร่างกายสาสามรถเก็บและนำไปใช้ได้ โปรตีนจากพืชดีที่ไม่มีไขมันอิ่มตัว ต้องรับประทานให้สมดุลกัน และให้ครบ 5 หมู่อาหารหลัก เพื่อให้ร่างกายสามารถนำประโยชน์จากโปรตีนไปใช้ได้เต็มที่ ถ้าไม่มีอาหารหมู่อื่น โปรตีนก็จะเป็นเพียงพลังงานอย่างเดียว  โดยเลือกรับประทานเช่น หลีกเลี่ยงเนื้อแดง หรือส่วนที่เป็นไขมันมากเกินไป และสำหรับคนไข้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ต้องระวังให้ผักและผลไม้สะอาดจริงๆ ไม่รับประทานผักดิบและผลไม้มีการปอกเปลือก เป็นต้น  พญ.สิรกานต์ กล่าวว่า คำตอบสุดท้ายก็คือรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเห็นว่าการบำบัดรักษานั้นยาเป็นส่วนหลัก  อาหารเป็นส่วนเสริม แต่ก็มีความสำคัญ และแพทย์จะดูแลในส่วนนี้ด้วย เช่นการให้อาหารเสริมทางการแพทย์ หรือให้ยาเพื่อให้เกิดความอยากอาหารเป็นต้น   ทุกคนควรสนใจเรื่องน้ำหนักตัว ถ้าลดติดต่อกันสามวันก็จะเป็นปัญหา และนำไปสู่โรคมะเร็งได้

ผู้โพส : samapon วันที่ : 2012-05-10 20:50:00    IP : (192.168.0.134)

ชื่อสมาชิก samapon Mail to samapon

กลับขึ้นด้านบน
  ความเห็นที่ 4
คลิ๊กที่ภาพ

สวัสดีคะคุณศมาภรณ์

พี่หายไปจากกระทู้ลูกทุ่งเน็ตเวิร์ค
ตั้งแต่เดือนตุลาคม54 ช่วงน้ำท่วม
ปีใหม่55 ป่วย3เดือน

ตอนนี้หายดีแล้วจะกลับเข้ามาเล่นในกระทู้อีกครั้งคะ
คุณศมาภรณ์จะได้มีเพื่อนเพิ่มอีกคน
ขอขอบคุณนะคะ

ผู้โพส : chan2551 วันที่ : 2012-05-13 21:39:32    IP : (171.97.158.150)

ชื่อสมาชิก chan2551 Mail to chan2551

กลับขึ้นด้านบน
1

สมาฃิกเท่านั้นที่สมารถแสดงความคิดเห็นได้ คลิ๊กที่นี่เพื่อเข้าระบบ

 

 
 

http://www.car4ur.comkanesornakeanant.com

View My Stats